l-eperon-de-biscarrosse.com

สมัครเล่นบาคาร่าออนไลน์ สมัครสมาชิก ทีมงานดูแลตลอด 24 ชม

เศรษฐศาสตร์ สหรัฐฯ

สหรัฐฯเริ่มกระทืบรัสเซียให้ย่อยยับ ตั้งแต่ก่อนใช้‘แผนขยายองค์การนาโต้’

กระทั่งก่อนการขยายองค์การนาโต้ออกมาประชิดติดแดนหมีขาวด้วยซ้ำไป สหรัฐฯและฝ่ายตะวันตกก็หาทางบีบคั้นทำให้เศรษฐกิจรัสเซียอยู่ในสภาพพิกลพิการ ในช่วงที่สหภาพโซเวียตกำลังล่มสลาย

เศรษฐศาสตร์ การโจมตีเล่นงานรัสเซียของฝ่ายตะวันตกระลอกแรกสุดในยุคหลังสงครามเย็น เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 แล้ว นานทีเดียวก่อนหน้าที่พวกเขาจะใช้หมัดเด็ดหนักหน่วงอีกหมัดหนึ่งอย่างการขยายองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้)

เศรษฐศาสตร์ สหรัฐฯ

การโจมตีเล่นงานที่ว่านี้อยู่ในรูปของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในรัสเซียที่สหรัฐฯเป็นผู้โน้มนำให้เกิดขึ้นมา โดยสิ่งซึ่งเกิดขึ้นในแดนหมีขาวตอนนั้นมีความลึกล้ำยิ่งกว่าและสร้างความหายนะหนักหน่วงกว่า “ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่” (Great Depression) ที่สร้างความวิบัติให้สหรัฐฯในช่วงทศวรรษ 1930มันเกิดขึ้นในตอนที่ชาวรัสเซียยังกำลังพูดจาอย่างไร้เดียงสาเกี่ยวกับแนวความคิดในการสร้าง “บ้านเกิดเมืองนอนร่วมกันของชาวยุโรป” (common European home) และโครงสร้างความมั่นคงร่วมของยุโรป ที่จะรวมเอารัสเซียเข้าไว้ด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม : เศรษฐศาสตร์แก้ยากจน

เศรษฐศาสตร์

เศรษฐศาสตร์แก้ยากจน

เศรษฐศาสตร์แก้ยากจน

เศรษฐศาสตร์

โนเบลเศรษฐศาสตร์ประกาศไป เป็นสาขาสุดท้ายของฤดูกาลโนเบล โนเบลเศรษฐศาสตร์ปีนี้น่าสนใจตรงที่ผู้ชนะรางวัล 3 คนที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ คือ นาย อภิจิต บาเนอร์จี ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย วัย 58 ปี นาง เอสเธอร์ ดูโฟล ชาวอเมริกันเชื้อสายฝรั่งเศส วัย 46 ปี และนาย ไมเคิล เครเมอร์ ชาวอเมริกัน วัย 54 ปี

สองคนแรกที่ต่อมาพบว่าเป็นสามีภรรยากัน ทำงานที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเสตต์ (MIT) ส่วนเครเมอร์ทำงานที่ฮาร์วาร์ด ยูนิเวอร์ซิตี้ นั้น มีผลงานศึกษาร่วมกันเกี่ยวข้องการแก้ปัญหาความยากจนทั่วโลก

เป็นปัญหาระดับรากหญ้าและเป็นเรื่องของกลุ่มคนที่มักถูกลืมในหลายพื้นที่ทั่วโลก

“ผลงานวิชาการของทั้งสามคน ตีแตกปัญหาให้เล็กลง เข้าใจและแก้ไขได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น มุ่งแก้จากแง่ของการศึกษาและการรักษาสุขภาพ” สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน ผู้คัดเลือกผู้ชนะโนเบลเศรษฐศาสตร์กล่าวและว่า “ผลการศึกษาและการทดลองภาคสนามของ

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ทั้งสามคน ช่วยหาทางออกปัญหาเริ่มตั้งแต่การจัดให้มีการสอนเสริมให้กับเด็กหลายสิบล้านคนในอินเดียและแอฟริกา ไปจนถึงการกระตุ้นให้รัฐบาลทั่วโลกเพิ่มงบด้านสาธารณสุขสำหรับโรคที่ป้องกันได้”

ขณะที่นางดูโฟล อธิบายผ่านโทรศัพท์หลังรู้ข่าวได้รับรางวัล ระบุว่า “แนวทางการศึกษาเริ่มจากกรอบแนวคิดที่ว่ากลุ่มคนจนมักถูกล้อเลียน ถูกดูแคลน แม้แต่คนที่ต้องการยื่นมือช่วย ไม่ได้เข้าใจแก่นรากของปัญหาอย่างแท้จริง”

ส่วนวิธีการศึกษาที่รวมทั้งการประเมินผลกระทบจากประเด็นที่มักเป็นปัญหาเด่นชัด เช่น ขาดตำราเรียนหรือไม่มีครูนั้น ดูโฟลบอกว่าเป็นเป้าหมายของทีมศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าการต่อสู้ความยากจนตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

เรื่องนี้เป็นปัญหารากหญ้าของแท้โดยเฉพาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศยากจน ช่องว่างคนรวยจนกางห่างเป็นวาสองวาสามวาสี่วา อย่าว่าแต่จะตามทัน แค่ขยับเข้าใกล้ยังห่างไกลความจริง

การศึกษาพบวิธีการสู้ปัญหาความยากจน จึงเป็นการมอบโอกาสให้กลุ่มคนด้อยโอกาสได้ถูกจุดตรงเผง.