สมัครเล่นบาคาร่าออนไลน์ สมัครสมาชิกบาคาร่าออนไลน์มีทีมงานดูแลตลอด 24 ชม.

สมัครเล่นบาคาร่าออนไลน์ สมัครสมาชิก ทีมงานดูแลตลอด 24 ชม

เศรษฐกิจ

เปิด “ปฏิญญาเอเปก 2022” ไทยฉวยจังหวะเจรจาทวิภาคีเชื่อมเศรษฐกิจ

เปิด “ปฏิญญาเอเปก 2022” ไทยฉวยจังหวะเจรจาทวิภาคีเชื่อมเศรษฐกิจ

ทันทีที่การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 29 ปิดฉากลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมผู้นำเอเปก ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนทั่วโลก ว่าการประชุมครั้งนี้ จบลงแล้วด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม

ถือว่าเป็นความสำเร็จร่วมกันของสมาชิกเอเปกทั้งหมดที่ต้องการเห็นเอเปกยืนหยัดทำงานท่ามกลางสภาวการณ์โลกที่ผันผวน เพื่อสร้างการเจริญเติบโตและอนาคตของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยได้ต้อนรับคณะผู้นำพร้อมคู่สมรสแขกพิเศษผู้เข้าร่วมประชุมและสื่อต่างชาติ รวมทั้งสิ้นกว่า 5,000 คน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกได้เดินทางมาประชุมร่วมกันแบบพบหน้า

ในการประชุมครั้งนี้ผู้นำเอเปก ยังได้หารือกับแขกพิเศษ ได้แก่ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และมกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดี อาระเบีย อีกทั้งยังได้พูดคุยกับภาคเอกชนจากสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก และรับฟังมุมมองจากผู้แทนเยาวชนจาก APEC Voices of the Future 2022 ด้วย

เศรษฐกิจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมได้มีการกล่าวถึงเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันแล้วว่า ทุกประเทศมีความเป็นห่วงในประเด็นนี้

ประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้ที่ทำให้ประเทศไทย ได้หน้าได้ตาจากการเป็นเจ้าภาพ คือ ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ได้รับรองปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ค.ศ.2022 สะท้อนการทำงานของเอเปก 2022 ตลอดทั้งปี ที่มีแนวคิดเศรษฐกิจ BCG เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม 3 ประการ ภายใต้หัวข้อหลัก “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล”

ประการแรก “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์” เอเปกได้จัดทำแผนงานต่อเนื่องหลายปี เพื่อสานต่อการหารือเรื่องเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอฟแทป ในบริบทของโลกยุคหลังโควิด-19 เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับประเด็นการค้าการลงทุนใหม่ๆ ประการที่สอง “เชื่อมโยงกัน” เอเปกได้ฟื้นฟูการเดินทางข้ามแดนอย่างปลอดภัยและไร้รอยต่อ เพื่อให้พร้อมรับมือวิกฤติใหม่ในอนาคต ประการสุดท้าย “สู่สมดุล” ผู้นำเอเปกได้ร่วมกันรับรอง “เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG” เพื่อวางรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างครอบคลุม ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

การเป็นเจ้าภาพเอเปกปี 2565 ของไทยได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ไทยได้ส่งมอบหน้าที่นี้แก่สหรัฐฯ เจ้าภาพเอเปกในปี 2566 ต่อไป ในโอกาสนี้ “ทีมเศรษฐกิจ” จึงขอเปิดเนื้อหาของปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก 2022

แนะนำข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติม : ธปท.เกาะติดเศรษฐกิจโลกชะลอ

ธปท.เกาะติดเศรษฐกิจโลกชะลอ

ธปท.เกาะติดเศรษฐกิจโลกชะลอ หวังยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติดันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้น

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ส.ค.มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง จากการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและการส่งออกขยายตัวลดลง โดยเครื่องชี้การอุปโภคและบริโภคภาคเอกชน ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.9% สอดคล้องกับเครื่องชี้ด้านการผลิตที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.4%

อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้ส่งผลต่อภาคการส่งออก โดยในเดือน ส.ค.การส่งออกขยายตัวลดลง 3.9% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งเดือน ส.ค.และ ก.ย. โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศประมาณ 4.4 ล้านคน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวไทยท่องเที่ยวลดลงจากช่วงก่อนหน้า จากภาวะหน้าฝน

วิเคราะห์-ข่าวเศรษฐกิจ

“จากการประเมินภาพในเดือน ก.ย.คาดว่าการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวโดยมองว่า ครึ่งปีหลังของปีนี้เศรษฐกิจไทยจะอยู่ในภาวะฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงจากการปรับขึ้นของต้นทุน ค่าจ้าง และราคาสินค้าในระยะต่อไปที่จะมีผลต่อค่าครองชีพ การชะลอตัวของการใช้จ่ายและเศรษฐกิจในต่างประเทศที่จะมีผลต่อการส่งออก รวมทั้งผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งไม่ได้มีผลแค่การระบาดในประเทศ แต่อาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมาจากการระบาดในต่างประเทศด้วย”

ทั้งนี้ น.ส.ชญาวดีกล่าวต่อว่า จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ธปท.ได้ติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ต่อค่าครองชีพ และภาระการผ่อนส่งหนี้ของประชาชนในภาพรวม และได้มีการออกมาตรการเพื่อเร่งรัดให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อช่วยลดภาระการจ่ายหนี้ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญซึ่งเป็นภารกิจของ ธปท.คือ การดูแลอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการพุ่งขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพของทุกคนมากกว่านี้.